หนังผีไทยน่าดู ตี 3 อาฟเตอร์ช็อก – 3 AM Aftershock

ตี 3 อาฟเตอร์ ช็อค

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู

ชื่ออังกฤษ : 3 AM Aftershock, 3 A.M. Part 3
ชื่อไทย : ตี 3 อาฟเตอร์ ช็อค
ประเภท : Thriller, Horror
วันที่เข้าฉาย : 15 มีนาคม 2561
ผู้กำกับ : ภวัต พนังคศิริ, ธรรมนูญ สกุลบุญถนอม
นักแสดง : ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์, วรกาญจน์ โรจนวัชร
เรื่องย่อ
3 AM Aftershock (2018) ตี 3 อาฟเตอร์ ช็อค เรื่องราวคลื่นความช็อคระลอกใหม่กับภาพยนตร์ผี 3 เรื่อง “Expressway”, “One Night Stand” และ “TV Direct” ที่รวมไว้ในภาพยนตร์เรื่องเดียว เมื่อผี ปีศาจ และวิญญาณพยาบาท หันมาไล่ล่าคุณ ในช่วงเวลาตี 3 เตรียมพบคลื่นความช็อกระลอกใหม่ใน ตีสาม After Shock 15 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com…

รีวิวภาพยนต์

พี่นาค2

รีวิวภาพยนต์

พี่นาค1

รีวิวภาพยนต์ พี่นาค ไม่มีใครได้บวชเป็นพระ เพราะจะตายตอนเป็นนาค

**อาจจะมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์**

เรียกได้ว่าเป็นหนังผีที่ได้กระแสตอบรับดีตั้งแต่ปล่อยโปสเตอร์แรกออกมาให้เห็นเลยทีเดียว สำหรับ พี่นาค หนังสยองขวัญคอมเมดี้จากฝีมือการกำกับของ ไมค์ ภณธฤต ที่เคยฝากผลงานความหลอนไว้ใน มอญซ่อนผี (2015) เมื่อ 4 ปีที่แล้ว กลับมาคราวนี้ได้หยิบเอาเรื่องราวการบวชนาคสุดสยองมาถ่ายทอดบนจอเงิน ซึ่งงานนี้ยังได้นักแสดงฝีมือเยี่ยม ชิน ชินวุฒ มารับบทบาทสำคัญ พร้อมด้วยแก๊งหนุ่มๆ ที่จะมาบวช นำโดย ออกัส วชิรวิชญ์, เจมส์ ภูริพรรธน์, เอม ตามใจตุ๊ด ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกเพียบ i99bet

พี่นาค ว่าด้วยเรื่องราวในวัดเก่าแห่งหนึ่งย่านชานเมืองมีตำนานอยู่ว่า หากแม้นใครจะมาขอบวช คนผู้นั้นจะต้องตายตอนเป็นนาค คนที่ไม่เชื่อและลองดีล้วนจบชีวิตลง โดยที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผีพี่นาค ทว่า โหน่ง เฟิร์ส และ บอลลูน กลับต้องมาบวชที่วัดนี้เพราะบอลลูนดันบนเอาไว้ว่าหากถูกหวยทั้งคู่จะบวชที่วัดแห่งนี้

ส่วนโหน่งนั้นชีวิตของเขาทั้งตกงาน แฟนทิ้ง โดนเพื่อนโกง ทางรอดของเขาคือบวชอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร แต่เมื่อได้ยินเรื่องผีพี่นาคทั้งสามตัดสินใจบวชทันที แต่นั่นก็สายเกินไปแล้ว เพราะในตำนานยังบอกอีกว่าหากแม้นใครเปลี่ยนใจหนีไปก็จะตายตั้งแต่ก้าวออกไปจากประตูวัดทันที

หลังจากได้เห็นโปสเตอร์รวมไปถึงตัวอย่างหนังที่ทางค่ายไฟว์สตาร์ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันก่อนหน้านี้ ก็เรียกได้ว่า พี่นาค เป็นหนังที่มีความหลอนและน่ากลัวสร้างความอยากดูได้เป็นอย่างดี ด้วยธีมหลักของเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาประกอบกับฉากที่เห็นส่วนใหญ่ในหนังนั้นล้วนเต็มไปด้วยความรกร้างจากวัดเก่า ทำให้เรื่องราวในหนังยิ่งทวีความวังเวงมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องที่เป็นการแห่นาคตอนกลางคืนนั้นขอยกให้เป็นฉากที่หลอนที่สุดเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าแค่เห็นรายชื่อนักแสดงมากมายทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า โดยเฉพาะเป็น ชิน ชินวุฒ แล้วจึงทำให้ค่อนเกิดความคาดหวังกับหนังมากพอสมควร และแน่นอนว่าการแสดงในส่วน หนุ่มชิน ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย แม้ว่าบทบาทของ นาคนนท์ จะไม่ได้ออกมาทุกฉาก แต่ก็ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญที่สุดอีกตัวหนึ่ง ซึ่งการปรากฏตัวออกมาแต่ละครั้งบวกกับดนตรีประกอบแบบไทยๆ นั้นทำเอาผู้ชมคนดูอย่างแทบปิดตาไม่ทัน (เฉพาะคนขวัญอ่อน) โดยหนังได้ใส่จังหวะตุ้งแช่ออกมาถี่มาก จนช่วงหลังๆ พอเริ่มจับทางได้ก็ไม่ได้ตกใจมากอย่างที่คิด

จะเห็นได้ชัดเจนว่าในช่วงแรกหนังได้เอาความสยองขวัญกับความตลกมาใส่ไว้ด้วยกันซึ่งก็ทำออกมาได้ดี มุกแต่ละมุกก็ฮาใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับขำก๊าก ส่วนในเรื่องของความน่ากลัวก็อย่างที่บอกว่ามันหลอนจริงๆ ยิ่งได้ดนตรีประกอบของไทยมาใส่ก็ยิ่งทำให้นึกถึงหนังผีสมัยก่อนที่ได้ยินแค่เสียงก็กลัวจนขนหัวลุกแล้ว แต่หนังยังมาตกม้า(เกือบ)ตายในตอนท้ายที่แม้ว่าจะพยายามขมวดปมจบแบบเคลียร์ๆ ซึ้งๆ แต่ก็ยังทิ้งบาดแผลไว้หลายจุด ซึ่งบางเรื่องมันก็ไม่ได้มีความสมเหตุสมผลมากนัก และในบางฉากก็ยังใส่เรื่องราวเกี่ยวกับการบวชนาคในพุทธประวัติิซึ่งทำออกมาแล้วดูไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่าที่ควร

พี่นาค2

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของ พี่นาค ก็สามารถตอบโจทย์ความสนุกได้ดีทีเดียว ทั้งในเรื่องของความสยดสยองจากผีที่มีแรงอาฆาตสูง และเรื่องราวความตลกจากทุกๆ ตัวละครที่ช่วยกันส่งให้หนังไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะตัวละคร บอลลูน รับบทโดย เอม ตามใจตุ๊ด ผู้ซึ่งมีความตลกอย่างเป็นธรรมชาติและมีส่วนอย่างมากที่ทำให้หนังออกมาสนุกได้ขนาดนี้ เรียกได้ว่าสนุกครบทุกรสเลยทีเดียว หากคาดการณ์จากตอนจบของเรื่องก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องราวภาคต่อซึ่งถ้าทำออกมาจริงๆ ก็เชื่อว่าน่าสนใจไม่น้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com…

Wolf Warrior 2 หนังถล่มประจำปีของจีน ภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕

Wolf Warrior 2

Wolf Warrior 2 หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาหนังจากประเทศจีนไม่ได้สร้างสถิติหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ปล่อยให้ The Fate of The Furious ภาคต่อของหนัง

Wolf Warrior 2 ซิ่งรถเรื่องดังทำเงินในจีนไปเป็นอันดับ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดหนังจีนที่ทำเงินอย่างถล่มทลายจะทำลายสถิติต่างๆ เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

Wolf Warrior 2 เข้าฉายเมื่อ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้เวลาเพียง ๑๒ วัน ก็สามารถทำเงินกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของจีนด้วยรายได้ถึง ๕๒๑ ล้านเหรียญฯ หรือ ๓,๕๐๐ ล้านหนวน เฉพาะในประเทศเท่านั้น แซงสถิติที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนของ Mermaid หนังตลกแฟนตาซีของ โจวซิงฉือ ไปได้อย่างสบายๆ (๕๒๐ ล้านเหรียญฯ) i99bet รายได้ดังกล่าวยังสูงกว่าหนังทำเงินสูงสุดในปีนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Beauty and The Beast เสียอีก(หนังรีเมคอนิเมชั่นกลายเป็นคนแสดงเรื่องดังกล่าวทำเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไป ๕๐๔ ล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันหนังทำเงินไปแล้วถึง ๘๓๘ ล้านเหรียญฯ แม้ในตลาดโลกจะทำเงินเพียงน้อยนิด แต่ในตลาดหนังประเทศเดียว(ไม่รวมรายได้จากตลาดทั่วโลก) นี่คือหนังที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก เอาชนะ Titanic และ Avatar เป็นรองเพียง Star Wars: The Force Awakens (๒๐๑๕ – ทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา ๙๓๖ ล้านเหรียญฯ)

Wolf Warrior 2

ด้วยรายได้ดังกล่าวทำให้หนังติดอันดับหนึ่งร้อยหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลโดยนับเป็นหนังที่สร้างนอกฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวในทั้งหมดร้อยเรื่อง และประกาศเตรียมสร้างภาคสามต่อแล้ว

มันเป็นภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ที่ใช้ทุนสร้าง ๓๐ ล้านเหรียญฯ เท่านั้นว่าด้วย เหลงเฟิง(อู๋จิง) ภาคนี้เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนหลังจากทหารหน่วยพิเศษได้ไปปราบปรามขบวนการค้ายาในเขตซินเจียง ภาคนี้เหลงเฟิงได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ผลิตยารักษาโรคให้รอดพ้นจากการโจมตีของกองกำลังฝ่ายกบฎ และผู้ค้าอาวุธสงครามในแอฟริกาใต้ ภาคแรกนั้นทำเงินไปไม่น้อยเลย(๘๙ ล้านเหรียญฯ) แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังภาคต่อที่แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่าจะทำเงินไปไกลมากถึงขั้นนี้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Wolf Warrior 2 ประสบความสำเร็จ และตลาดหนังจีนยังคงรุ่งโรจน์เข้าสู่โอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผิดกับตลาดหนังในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซาเพราะการแข่งขันเชิงรุกจากบริการดูหนังแบบสตรีมมิ่ง

เพราะมันเป็นหนังปลุกใจชาวจีนที่ไร้คู่แข่ง
ทุกๆ ปีหนังในประเทศจะมีการผลิตหนังที่มีแนวคิดชาตินิยมปลุกใจคนในประเทศอยู่ทุกปี แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหนังในประเทศยังไม่มีหนังแนวนี้ที่โดดเด่นออกฉายสักเรื่อง ส่วนใหญ่หนังที่ดังๆ เป็นหนังแฟนตาซี หนังตลก หรือหนังแอ๊คชั่นปนตลกทั้งสิ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีหนังเรื่องไหนในประเทศที่สามารถทำเงินได้น่าพอใจนับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน คนดูกำลังรอหนังที่มีคุณภาพและสร้างความบันเทิงให้ได้ การมา Wolf Warrior 2 จึงกลายเป็นหนังแนวนี้ที่เข้าฉายโดยไร้คู่แข่ง
เพราะมันแสดงภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพจีน
หลู่เผิง นักวิจัย ด้านภาพยนตร์และวัฒนธรรมของ Shanghai Academy of Social Sciences กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จเพราะมันจับประเด็นชาตินิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน เพราะในขณะที่หนังชาตินิยมแบบเดิมมักเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนยุค หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้กลับอิงกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตัวเอกแสดงให้เห็นถึงฝีมือของหน่วยรบ และความเกรียงไกรของกองทัพชาวจีนที่เข้าถึงได้มากกว่าเรื่องราวของคนยุคก่อน อีกทั้งหนังยังเข้าฉายในช่วงครบรอบ ๙๐ ปีของการสถาปนากองทัพปลดปล่อยประชาชนในประเทศจีนอีกด้วย
เพราะมันมีความบันเทิงด้วยฉากแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยม
หนังได้รับคำชมในส่วนของฉากแอ๊คชั่นที่ได้มาตรฐานทัดเทียมฮอลลีวู้ดจากทีมงานระดับสกาล ไม่ว่าจะเป็นกำกับฉากต่อสู้โดย แซม ฮาร์กรีฟส์ และ ออกแบบท่าต่อสู้โดย อารอน โทนี่ย์(Captain America: Civil War) และเทคนิคพิเศษด้านภาพโดย ไรอัน ดี.โรเมโร่(Spider-Man: Homecoming) รวมถึงมันยังแสดงโดย อู๋จิง แอ๊คชั่นสตาร์อายุ ๔๓ ปี ที่เล่นหนังมา ๒๐ ปี เขาคือหนึ่งในเด็กปั้นของ ฉีเคอะและหยวนวูปิงแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในบทนำจริงๆ สักครั้ง เพิ่งจะมี Wolf Warrior ภาคแรกนั่นเองที่ทำเงินในจีน จึงรับประกันได้ถึงการแสดงบทแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราที่โด่งดังกว่าอย่าง เฉินหลง หรือ ดอนนี่ เยน โดยงานชิ้นนี้ยังเป็นงานกำกับของเขาเองอีกด้วย
เพราะมันแสดงถึงฮีโร่แบบปัจเจก
หยู่ยู่ซาน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารของ Dadi Film Group กล่าวว่าหนังสร้างควมประทับใจให้กับผู้ชมเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หนังในประเทศสร้างฮีโร่ที่ราวกับมาจากหนังฮอลลีวู้ดได้สำเร็จ “ภาพลักษณ์ของประเทศจีนในทั่วโลกต่างไปจากเดิมแล้วครับ และผู้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้จริงๆ” เขาเสริมว่าในอดีตหนังแนวชาตินิยม มักเน้นเรื่องความสามัคคีหรือร่วมแรงร่วมใจกัน(และมักหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น The Founding of a Republic ในปี ค.ศ.๒๐๐๙) แต่ Wolf Warrior 2 ต่างออกไป มันเป็นหนังที่แสดงความเป็นฮีโร่แบบปัจเจก เช่นเดียวกับชาวจีนที่มีลักษณะมีรูปแบบชีวิตดังกล่าวมากขึ้น และเติบโตพอจะรับรู้ถึงมุมมองนี้แล้ว
เพราะทำเงินในเมืองเล็กได้ด้วย
ไม่ใช่แค่สร้างปรากฎการณ์ทำเงินเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ แต่ในเมืองเล็กๆ ยังทำเงินได้ดีมากอีกด้วย ซึ่งหยู่ยู่ซาน ให้เหตุผลว่า “คนในเมืองเล็กๆ ดูหนังฮอลลีวู้ดสไตล์ฮีโร่ข้ามาคนเดียวไม่มากนัก และพอเป็นในประเทศก็ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sarakadee.com…

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT 

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT 

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT 

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

วิเคราะห์ภาพยนตร์ GOODNIGHT MOMMY หยุด! ถ้ายังไม่ได้ดูหนัง ไปดูซะก่อน

วิเคราะห์ภาพยนตร์

วิเคราะห์ภาพยนตร์  นี่เป็นการเปิดเผยเนื้อหาอย่างร้ายแรงทำให้อรรถรสในการชมภาพยนตร์ลดเป็น 0 ทันที

วิเคราะห์ภาพยนตร์ อิทธิพลของความร้ายเดียงสา และ Fantasy

แวบแรก หลังจากที่คิดจะทำ Project นี้ ผมได้ทำตัว Trailer ของ ภาพยนตร์ เรื่องนี้มาก่อน และจากการดู Trailer นั้นมันทำให้ผมปักใจอย่างแน่นอนว่า “หนังเรื่องนี้น่ากลัวเพราะแม่” เพราะตัว Trailer โน้มน้าวซะเหลือเกินว่าตัวละครแม่นั้นมีความผิดปกติอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฉากกินแมลงสาบ หรือฉากหลอนในป่า ล้วนแสดงให้เห็นถึงความผิดมนุษย์มนา ตัวแม่น่าจะถูกปีศาจเข้าสิงหรือถูกสาปอย่างแน่นอน และในส่วนของตัวละครลูกผมคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากความหวาดระแวงแม่ จึงแสดงความก้าวร้าวแบบ “Babadook” เพื่อปกป้องตัวเอง

แต่ผมผิดถนัดเลยครับ และผมก็เชื่อว่าทุกคนที่ได้ดู Trailer มาก่อนที่จะดูหนังก็คิดผิดแบบเดียวกัน เพราะหนังเรื่องนี้ “น่ากลัวเพราะลูก” ล้วนๆเลยครับ เพราะลูกต่างหากที่เป็น “คนผิดปกติ” และแม่ต่างหากที่เป็น “คนปกติ”

วิเคราะห์ภาพยนตร์

จากที่ใน Trailer ได้โน้มน้าวเราให้คิดไปไกลว่า “แม่มันต้องถูกผีเข้า ปีศาจสิงแน่ๆเลยว่ะ” แต่ในหนังกลับเฉลยอย่างชัดเจนว่าภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน Trailer ไม่ว่าจะเป็นฉากกินแมลงสาบ หรือฉากหลอนในป่า ล้วนเกิดขึ้น “ในความฝัน” ของตัวลูกทั้งสิ้น! (ยกเว้นฉากแมลงสาบที่ตัวลูกให้แม่กินจริงๆตอนที่นอนหลับไม่รู้สึกตัว แต่ใน Trailer ตัดต่อให้ประกบไปกับฉากที่แม่นอนกินคุ๊กกี้ จึงได้ภาพแม่เคี้ยวแมลงสาบออกมา)

คนที่ผิดปกติจริงๆในเรื่องนี้คือ “ลูก” ครับ ลูกชาย “คนเดียว” ของแม่ อ่านไม่ผิดหรอกครับ “คนเดียว” เพราะแท้จริงแล้วในหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลักแค่สองคนคือ “แม่” กับลูกชายที่ชื่อว่า “อีเลียส” เท่านั้น

แล้ว “ลูคัส” ฝาแฝดล่ะ? ลูคัสก็เป็นตัวละครหลักอีกตัวนึงของเรื่องนี้ครับ แต่เขาเป็นเพียงตัวละครที่มีชีวิต “ในความคิด” ของอีเลียสเท่านั้นครับ ซึ่งสังเกตได้จากทุกๆฉาก ทุกๆการสนทนา ไม่ว่าลูคัสจะพูดอะไรหรือกระทำสิ่งใด คนรอบข้างล้วนแต่มองไม่เห็นหรือไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเขาเลยแม้แต่คนเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นแม่ คนดูแลโบสถ์ หรือเจ้าหน้าที่สภากาชาด
นั่นเพราะลูคัสไม่มีตัวตนอยู่จริงนั่นเอง ฉะนั้นแล้วทั้งเรื่องผู้ที่กระทำการทั้งหมดมีเพียง “อีเลียส” คนเดียวเท่านั้นครับ และในแต่ละฉากที่ลูคัสหายไป นั่นหมายความว่าอีเลียสกำลังสับสนในตัวเองอยู่นั่นเอง (สังเกตได้จากฉากแม่ที่กำลังขอร้องอีเลียส ลูคัสไม่อยู่ อีเลียสจึงทำตาม และฉากเผาบ้าน ที่สุดท้ายแล้วอีเลียสก็ต้องเอาเทียนจากมือลูคัสมาจุดไฟแทน)

จากการดูหนังในช่วงแรก หนังจะพยายามสื่อให้เราเห็นว่า “แม่” ตั้งใจที่จะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูคัส เป็นการหลอกคนดูเพื่อปูทางให้เชื่อว่าแม่เป็นคนผิดปกติทางจิตที่ลงโทษลูกได้อย่างเลือดเย็นหลังจากการทำศัลยกรรม แต่เมื่อหนังดำเนินไปเรื่อยๆก็จะเริ่มทิ้ง “กุญแจ” สำหรับการไขเนื้อเรื่องให้แก่เราทีละเรื่องๆ ซึ่งกุญแจที่สำคัญที่สุดในเรื่องคือประโยคของแม่ที่พูดว่า
“ฉันต้องทำให้เขาหยุดให้ได้ เขาควรจะเข้าใจสักที”
ซึ่งนั่นเป็นการกล่าวถึงอีเลียสนั่นเองครับ อีเลียสควรจะเข้าใจสักทีว่า
“ฝาแฝดของเขาตายไปแล้ว”
(ในฉากที่อีเลียสตัดผมให้ลูคัสเหมือนกับตัวเอง เป็นสัญลักษณ์บอกกลายๆว่า ตั้งแต่ตอนนั้นเองที่อีเลียสคิดเองไม่เป็นและไม่ฟังใครแล้ว แต่เขาจะเชื่อฟังแต่ความคิดที่เขาสร้างขึ้นมาอีกด้านนึงแทน)

วิเคราะห์ภาพยนตร์

สำหรับคนที่บอกว่าแม่เป็นตัวปลอม ผมขอเถียงสุดใจเลยครับ เพราะ
1.การทำศัลยกรรมทำให้แม่หน้าตาไม่เหมือนเดิม (อย่างชัดเจน) ถ้าคนอื่นจะทำศัลยกรรมมาเป็นแม่ ก็ต้องทำให้มีหน้าตาเหมือนกับแม่ก่อนศัลยกรรมจึงจะสมเหตุสมผลครับ
2.ฉากรูป ผมเชื่อว่าเป็นฝาแฝดของแม่ครับ แต่น่าจะเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกับกรณีลูคัส แม่จึงตอบปัดไป เพราะเด็กทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้จักน้าคนนี้อยู่แล้ว
และอีกอย่างฝาแฝดของแม่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปลอมตัวมาเลยครับ
3.ฉากสุดท้ายที่แม่เดินออกมาจากป่า มาหาอีเลียส เห็นได้ชัดว่าเป็นการมโนครับ เพราะไม่มีใครหรอกที่เดินออกมาจากป่า หนำซ้ำยังมาหาลูกได้ในเวลาที่ลูกเพิ่งจะหนีออกมา มันเหมาะเจาะเกินไปครับ ไม่สมเหตุสมผล

ข้อเท็จจริงและเนื้อเรื่องทั้งหมดของหนังเรื่องนี้คือ
1.ลูคัสตายไปนานแล้วครับ ด้วยอุบัติเหตุบางอย่าง (ซึ่งผมเดาว่าจะเป็นการจมน้ำตายจากการไปเล่นกับอีเลียส จากตอนต้นเรื่องที่อีเลียสร้องหาลูคัสแล้วมีฟองอากาศลอยขึ้นมาจากผืนน้ำ) หนังทำการ Timeskip ตั้งแต่ต้นเรื่อง สลับจากฉากการตายของลูคัส ไปยังฉากการกลับมาของแม่ ซึ่งระยะเวลาน่าจะผ่านไปนานพอสมควร

2.แม่ของอีเลียสและลูคัส เคยมีอาชีพเป็นพิธีกรรายการทีวีที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก (ข้อมูลนี้ถูกบอกในฉากการเล่นใบ้ตัวละคร) อยู่ในสภาพที่เพิ่งหย่าร้างกับสามี มีปัญหาทางการเงิน (ข้อมูลนี้ถูกบอกในฉากการลงประกาศขายบ้านในเน็ต) หนำซ้ำลูกชายคนหนึ่งก็มาเสียชีวิต เรียกได้ว่าตกอับ จึงทำให้มีกิริยาก้าวร้าวจากความเครียด ความกดดันทั้งทางการเงิน และการดูแลลูกที่มีปัญหาทางจิต

3.แม่ไปทำศัลยกรรมความงามมา เพราะเหตุผลเดียวคือ “ต้องการจะได้งานทำอีกครั้ง” ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทำให้เสียโฉมหรืออย่างไร ส่วนการกระทำก้าวร้าวที่ทำกับลูก เกิดขึ้นจากความเครียดทั้งสิ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปีศาจ ผี หรือคำสาปใดๆเลย
(ลูกไม่เชื่อฟัง ลูกบอกว่าตัวเองไม่ใช่แม่ อันนี้เจ็บสุดๆเลยนะครับ) แม้แต่แมวที่เก็บมาเลี้ยง แม่ก็ไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่มันตายเพราะอุบัติเหตุเอง

4.เหตุการณ์ที่อีเลียสพยายามทำร้ายแม่ของตัวเอง เกิดจากความไร้เดียงสาของเขา เพราะเขาไม่รู้จักการ “ศัลยกรรมตกแต่ง” เมื่อแม่กลับมาในสภาพที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดความหวาดระแวงในใจ เมื่อโดนแม่ทำร้ายจิตใจ ซ้ำร้ายกับ “ลูคัส” ที่เป็นเหมือนตัวสะท้อนจิตใจอีกด้านของตัวเอง (จากการมโน) ก็คอยเป่าหู ยิ่งทำให้อีเลียสจิตไปกว่าเดิม ในฉากที่แม่เปิดเผยใบหน้าที่เปลี่ยนไปของตัวเอง จึงยิ่งทำให้อีเลียสไม่เชื่อว่าแม่เป็นแม่ของตนจริงๆ

สรุปได้ว่า
ในหนังเรื่องนี้ไม่มีผี ไม่มีปีศาจ ไม่มีคำสาป ไม่มีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเลย มีเพียง “เด็กโรคจิต” คนเดียวที่สร้างตัวตนของฝาแฝดที่ตายไปแล้วจากการหลอกตัวเอง และฆ่าแม่ตัวเองด้วยความไร้เดียงสา และความเก็บกดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้างของพ่อแม่ การสูญเสียฝาแฝดที่เปรียบเสมือนเพื่อน และการถูกแม่ทำร้าย

ในตอนจบของเรื่องอีเลียสรอดชีวิตหลังจากจัดการเผาแม่ของตัวเอง แล้วเขาก็ “สร้าง” แม่จริงๆของเขาขึ้นมาด้วยการหลอกตัวเองซ้ำอีก โดยมีพื้นฐานความคิดที่เชื่อว่าแม่ที่โดนเผาไปนั้นไม่ใช่แม่จริงๆของเขา

อีเลียสป่วยเป็นโรคจิตเป็น “โรคโกหกตัวเอง” (Pathological Liar) ไม่ใช่การมีเพื่อนในจินตนาการเหมือนเด็กทั่วไป

ท้ายที่สุดอีเลียสเหลือเพียงคนเดียว โดยหลอกตัวเองว่ามีแม่ และฝาแฝดของเขาอยู่ด้วยอย่างมีความสุข

ขอบคุรแหล่งที่มา https://pantip.com…

รีวิวภาพยนตร์ Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น

รีวิวภาพยนตร์ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการแล้ว

รีวิวภาพยนตร์ สำหรับ Café Funiculi Funicula หรือชื่อไทยว่า เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ภาพยนตร์ไซไฟ ย้อนเวลาที่สร้างจากนิยายขายดีของ โทชิคาซึ คาวะงุจิ โดยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ได้ทีมนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่น นำโดย คาซุมิ อาริมุระ, เคนทาโร่ และ ฮายาชิ เคนโตะ

‘ แม้จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ก็ยังต้องการกลับไปในช่วงเวลานั้น ’
พาย้อนเวลา สัมผัสอดีตอันหอมหวาน
ตามแต่ใจปรารถนา เพียงแค่ชั่วเวลากาแฟยังอุ่น
ที่ Café Funiculi Funicula

จากนวนิยายขายดียอดขายอันดับหนึ่ง ของญี่ปุ่น สู่ภาพยนตร์โรแมนติก แฟนตาซีแนวย้อนเวลา แสนซาบซึ้ง อบอุ่นหัวใจ ที่เรียกน้ำตาคนทั่วทั้งญี่ปุ่นมาแล้ว สำหรับเรื่อง Café Funiculi Funicula หรือ เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น
ตัวภาพยนตร์ สร้างจากนิยายขายดียอดขายอันดับ 1 ” Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ”
4 เรื่องรัก 1 ร้านกาแฟ เนื้อเรื่องตั้งคำถามอยู่ที่ว่า “ ถ้าย้อนเวลาได้ คุณอยากกลับไปแก้ไขอะไร? ” โดยจุดน่าสนใจอีกอย่างของเรื่อง คือได้นักแสดงมากฝีมือซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น คือ คาซุมิ อาริมุระ มารับบทนำ นอกจากนั้นยังมี โมโตกิ ฟุคามิ และ เคนทาโร่ อิโต้ มาร่วมสมทบอีกด้วย ยิ่งเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก

รีวิวภาพยนตร์
Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ว่าด้วยเรื่องราวความรักและปาฎิหาริย์ที่ถูกเล่าผ่าน ลูกค้าขาประจำของร้านกาแฟแห่งนี้ ผ่านตัวละคร แม่บ้านความจำเสื่อม ที่มาที่ร้านกาแฟทุกวันเพื่อรอคอยใครบางคน หญิงสาวที่แอบรักเพื่อนสนิทแต่ไม่เคยได้พูดความในใจออกไป สาวแกร่งที่หนีออกจากบ้านโดยทิ้งน้องสาวตัวเองไว้ข้างหลังและไม่เคยยอมเจอหน้าเธอ และบาริสต้าสาวสวยประจำร้านกาแฟ Funiculi Funicula ผู้พาทุกคนย้อนเวลากลับไป เพื่อที่จะพูดคำว่า รัก ให้ดังกว่าเดิม

แม้จะได้ดูหนังไซไฟย้อนเวลามาหลายต่อหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่ย้อนเวลา จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเรื่องราวใน Café Funiculi Funicula จะถูกเล่าออกมาอย่างไร ซึ่งหากใครที่ได้ดูตัวอย่างหนังแล้วก็น่าจะทราบว่าการย้อนเวลาในร้านนี้นั้นมีกฎหลายข้อที่จะต้องปฏิบัติ ทั้งเรื่องที่การจะกลับไปในอดีตได้จะเกิดขึ้นหลังจากที่รินกาแฟใส่ถ้วยแล้วและอยู่ได้แค่ช่วงก่อนที่กาแฟนั้นจะเย็นชืดเท่านั้น เมื่อย้อนกลับไปจะอยู่ได้แค่บริเวณโต๊ะกาแฟ ถ้ากลับมาไม่ทันช่วงเวลาที่กาแฟยังอุ่นอยู่จะต้องติดอยู่ที่ที่นั่งนั้นไปตลอดกาล และที่สำคัญการกลับไปในอดีตจะไม่สามารถแก้ไขปัจจุบันได้ เรียกว่าเป็นย้อนเวลาที่มีกฎข้อจำกัดเยอะทีเดียว

นับตั้งแต่เริ่มเรื่องหนังทำให้เรารู้สึกได้ถึงมนต์ขลังบางอย่างที่อยู่ในร้านกาแฟย้อนเวลาแห่งนี้ บางทีก็อดหลอนไม่ได้เลย เพราะในเรื่องนั้นเราได้เห็นวิญญาณที่ติดอยู่ห้วงเวลาแม้จะไม่น่ากลัว แต่ก็อย่างที่บอกมันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อหนังเข้าเรื่องการย้อนเวลามันก็เริ่มทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ ทั้งลุ้นว่าตัวละครที่ย้อนกลับไปนั้นจะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ แล้วจะกลับมาทันหรือเปล่า ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงนี้เอง

นอกจากเราจะได้ลุ้นระทึกไปกับภารกิจการย้อนเวลาของแต่ละตัวละครแล้ว หนังยังเผยให้เห็นมุมซาบซึ้งใจที่เชื่อว่าใครได้ดูแล้วเป็นต้องมีน้ำตาซึมออกมาบ้างแน่นอน โดยเฉพาะในพาร์ทของ อาริมุระ คาสุมิ ซึ่งรับบทเป็นเจ้าของร้านกาแฟสาวที่ทำหน้าที่รินกาแฟให้ลูกค้าย้อนเวลาเสมือนผู้เชื่อมต่อโลกอดีตกับปัจจุบัน ที่ชีวิตของเธอนั้นเต็มไปความว้าเหว่จากการสูญเสียครอบครัวโดยเฉพาะแม่ จากจุดนี้เองที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวราวความรักความผูกพันของครอบครัวที่มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจคนชอบดรามาทีเดียว

อย่างไรก็ตามหนังก็ยังมีบ้างส่วนที่อาจจะทำให้คนดูอย่างเราออกจะงงๆ ในเรื่องการย้อนเวลาในตอนท้ายๆ เรื่อง (อันนี้แล้วแต่คน) แน่นอนว่าน่าจะต้องได้กลับไปดูหนังใหม่เพื่อให้เข้าใจอีกรอบ และนอกเหนือไปจากความอืดอาดในบางช่วงเรียกได้ว่า Café Funiculi Funicula เป็นมากกว่าหนังไซไฟย้อนเวลาจริงๆ เชื่อเหลือเกินว่าคนที่ดูจนจบแล้วจะเต็มอิ่มไปด้วยความสุขใจ ได้แง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้แน่นอน

Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com…

อัพเดต หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 ต้อนรับเดือนแห่งความรัก

อัพเดต หนังเข้าใหม่ ใครรักหนัง ชอบดูหนัง ต้องไม่พลาดอัพเดต หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562

อัพเดต หนังเข้าใหม่ เรามาดูกันว่าจะมี หนังประทับใจ เรื่องไหนที่ต้องจูงมือแฟนไปดู หรือชวนเพื่อนไปชม ในเดือนแห่งความรักนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไปชม 4 หนังใหม่เรื่องเด็ด น่าดูที่เราคัดมาให้แล้วกัน !!

1.โคตรพยัคฆ์ หยิน หยาง (The Knight of Shadows: Between Yin and Yang)

อัพเดต หนังเข้าใหม่
หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 เปิดเรื่องแรกต้อนรับตรุษจีนกันด้วย โคตรพยัคฆ์ หยิน หยาง หนังจัดเต็มเอฟเฟคตระการตาเหนือจินตนาการ อีกหนึ่ง หนังประทับใจ ของคนรักภาพยนตร์แนวแฟนตาซี นำแสดงโดย แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง รับบทเป็น “ซงหลิง” นักล่าอสูรที่แฝงกายมาเป็นมนุษย์โลก และมีอาวุธประจำกาย คือ พู่กันวิเศษ ที่จะออกมาวาดลวดลายการต่อสู้ที่แตกต่างจากเดิมไปโดยปริยาย ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของเมืองจีนในภาพยนตร์นี้อย่างเต็มอิ่ม ใครเป็นแฟนเฉินหลงต้องไม่พลาดแล้วค่ะ

แนวภาพยนตร์ : แอ็คชั่น/แฟนตาซี
กำหนดเข้าฉาย : 5 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★★

2.อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล (Alita: Battle Angel)

อัพเดต หนังเข้าใหม่
สัมผัส หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-ไซไฟ ปรับมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น อำนวยการสร้างโดยเจมส์ คาเมรอน บอกเล่าเรื่องราวแห่งโลกอนาคตศตวรรษ 26 กับเรื่อง Alita: Battle Angel ไซบอร์กสาว “อลิตา” (รับบทโดย โรซา ซาลาซาร์) ที่ถูกเก็บมาและจำอดีตเกี่ยวกับตัวเธอไม่ได้ หลงเหลือเพียงแค่ความทรงจำเกี่ยวกับทักษะการต่อสู้เท่านั้น เอาเป็นว่าอลิตาจะต้องตามหาตัวตน พร้อมกับปราบเหล่าร้ายที่มุ่งจะทำร้ายเธอและคนที่เธอรัก ภาพยนตร์เรื่องนี้สาวโรซาจะต้องกลายเป็นอนิเมชั่นตลอดทั้งเรื่องช่างดูแปลกตาดีเหมือนกันนะ

แนวภาพยนตร์ : แอ็คชัน/ผจญภัย/โรแมนติก/ไซไฟ
กำหนดเข้าฉาย : 14 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★★

3.Friend Zone ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน

อัพเดต หนังเข้าใหม่
มาถึงคิว หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 กับภาพยนตร์ไทย ค่ายหนังอารมณ์ดี GDH สำหรับ หนังประทับใจ Friend Zone ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ฉายต้อนรับวันแห่งความรักวาเลนไทน์ คุณจะได้ชมโมเมนต์น่ารักๆ กุ๊กกิ๊ก ระหว่าง “ปาล์ม” สจ๊วตหนุ่มสุดหล่อสาวกริ๊ด (รับบทโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ) ที่แอบรักเพื่อนอย่าง “กิ๊ง” (รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมชนก ลือวิเศษไพบูลย์) สาวน้อยนักเดินทางตามหารักแท้ แต่ความรักแท้มันตามหาไม่ง่ายหน่ะสิ !! เอาเป็นว่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรคงต้องตามลุ้นกันต่อในโรงภาพยนตร์ว่า “การแอบรักเพื่อนครั้งนี้จะสมหวังหรือไม่?” ดูจากทีเซอร์ในเรื่องนี้ยังมีนักแสดงหนุ่มหล่ออีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เจสัน ยัง, เบน เบนจามิน วาร์นี, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และส้วม สุขพัฒน์ โล่วัชรินทร์ รับรองว่าจะมาสร้างเสียงหัวเราะเติมความสุขในวันพิเศษๆ ได้เป็นอย่างดี

แนวภาพยนตร์ : รักโรแมนติก/คอมเมดี้
กำหนดเข้าฉาย : 14 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★★★

4.พี่นาค

อัพเดต หนังเข้าใหม่
“เมื่อนาค เป็นผี” หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 ตัดอารมณ์ให้แตกต่างด้วยภาพยนตร์ไทยสยองขวัญปนฮา บอกเล่าเรื่องราวอาถรรพ์ “ตำนานในวัดนี้ไม่มีใครเคยได้บวชเป็นพระ เพราะคนมาบวชใหม่ก็จะตายตอนเป็นนาคทุกคน” เมื่อ “โหน่ง” (รับบทโดย ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์) หนุ่มดวงซวยอยากบวชอุทิศส่วนกุศลในวันนี้ พร้อมกับกะเทยคู่หูที่บอกว่าถ้าถูกหวยจะยอมบวชอย่าง “เฟิร์ส” (รับบทโดย เจมส์ ภูวดล เวชวงศ่า) และ “บอลลูน” (รับบทโดย เอม วิทวัส รัตนบุญบารมี เน็ตไอดอลสายฮา เอม ตามใจตุ๊ด) ที่ตั้งใจมาบวชล้างซวยแต่ต้องมาเจอกับ ผีนาคสุดเฮี้ยน (รับบทโดย ชิน ชินวุฒิ) และพ่วงด้วยสาว พลอยชมพู ญานีน ที่มาแสดงร่วมด้วp ดูจากทีเซอร์แล้วพี่นาคมีทั้งสนุกและน่ากลัวพร้อมๆ กัน

แนวภาพยนตร์ : หนังตลก/สยองขวัญ
กำหนดเข้าฉาย : 21 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★

เรียกได้ว่ามีครบทุกแนวกับ 4 หนังใหม่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่เราคัดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เอาเป็นว่า ถูกใจเรื่องไหนก็ตีตั๋วไปดูได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.mushroomtravel.com…