Despicable Me 2 มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด2

มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด2

Despicable Me 2 มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด2

Despicable Me 2 มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด2: เมื่อกรู จอมวางแผน ได้ทิ้งชีวิตผู้ร้ายไว้เบื้องหน้าเบื้องหลัง เพื่ออุปการะมาร์โก้ (มิแรนด้า คอสโกรฟจากซีรีส์ iCarly), อีดิธ (ดานา ไกเอ้อร์จาก Bullied) รวมทั้งแอ็กเนส (เอลซีย์ ฟิชเชอร์จากซีรีส์ Masha and the Bear) กรู, ดร.เนฟาริโอ (รัสเซล แบรนด์จาก Get Him to the Greek, Hop) บาคาร่า

รวมทั้งพวกมินเนียนก็เลยมีเวลาว่างเป็นของตนเองอย่างมากเกิน แต่ในขณะที่เขาเริ่มจะปรับนิสัยในฐานะแฟมิลี่แมนในบริเวณบ้านนอก หน่วยงานลับสุดยอดที่ตั้งใจจริงกับการสู้กับปีศาจร้ายทั่วทั้งโลกก็ได้เดินเข้ามา ในตอนนี้เป็นหน้าที่ของกรูและก็ลูซี่ ไวลด์ คู่ซี้ใหม่ของเขา (คริสติน วิก ที่ Bridesmaids, รายการ Saturday Night Live)

ที่จะค้นหาว่าคนไหนที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังอาชญากรรมที่น่าละลานตาตื่น ดวงใจเพื่อจับกุมเขามาลงอาญาให้ได้ เนื่องจากว่าคงจะจะต้องใช้อดีตกาลยอดเยี่ยมคนร้ายของโลกเพียงแค่นั้นล่ะถึงจะจับผู้ที่หมายมั่น ปั้นมือว่าจะมาแทนที่เขาได้

Minions มินเนี่ยน

มินเนี่ยน

Minions มินเนี่ยน

เรื่องราวของเจ้า มินเนี่ยน เริ่มต้นที่รุ่งอรุณแห่งกาลเวลา มินเนี่ยน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ได้ผ่านการวิวัฒนาการและทำหน้าที่รับใช้บรรดาเจ้านายวายร้ายแสบขั้นเทพ พวกมินเนี่ยนที่ล้มเหลวตลอดกาลในการรักษาชีวิตเจ้านายของตัวเองเอาไว้ บาคาร่า

นับจาก ที.เร็กซ์ จวบจนถึงนโปเลียน พวกมันพบว่าตัวเองไร้เจ้านายและจมอยู่ในความหดหู่ แต่เมื่อ มินเนี่ยน ตัวหนึ่งนามว่า เควิน มีแผนการและได้ร่วมมือกับสตวร์ทจอมเกรียน และบ็อบน้อยผู้น่ารัก ในการออกผจญภัยในโลกกว้างเพื่อหาเจ้านายวายร้ายคนใหม่สำหรับมันและเพื่อนพ้อง

ทั้งสามได้ออกผจญภัยสุดระทึกจนไปพบกับผู้ที่อาจจะเป็นเจ้านายใหม่อย่าง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล (แซนดรา บุลล็อค) จอมวายร้ายหญิงคนแรกของโลก พวกมันเดินทางจากทวีปเยือกแข็งแอนตาร์กติกามายังนิวยอร์กซิตี้ในยุค 60’s และไปลงเอยอยู่ในลอนดอน ที่ซึ่งพวกมัน จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนถึงตอนนี้ นั่นคือการปกป้องเหล่า มินเนี่ยน จากการถูกกำจัด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.majorcineplex.com…

ฮัลเลเบลลีย์ ได้เป็นเจ้าหญิงเงือก The Little Mermaid แห่งดิสนีย์

ฮัลเลเบลลีย์

ฮัลเลเบลลีย์ (Halle Bailey) นักร้อง-นักแสดงวัย 19 ปี สัญชาติแอฟริกัน-อเมริกัน จะมารับบทบาทนี้ โดยเธอเป็นสาวน้อยเสียงใสที่โด่งดังจากวง Chloe x Halle

และการประกาศครั้งนี้ถือว่าเธอจะเป็นสาวผิวสีในรอบ 22 ปีที่ได้รับบทนำเจ้าหญิงดิสนีย์ หลัง แบรนดี้ นอร์วูด เคยรับบทเป็นซินเดอเรลลามาเมื่อปี 1997 และนอกจากบทแอเรียลแล้ว ตัวละครอื่นๆ ยังอยู่ในช่วงกำลังเจรจาซึ่งน่าจะประกาศเร็วๆนี้ หลังจากการประกาศนี้ไปก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเป็นนักแสดงผิวสี และดูไม่อ่อนหวานแบบในต้นฉบับ

The Little Mermaid ในเวอร์ชั่นนี้ จะได้ผู้กำกับ ร็อบ มาร์แชล ที่เคยฝากผลงาน Mary Poppins Returns, Memoirs of a Geisha และ Chicago มาดูแลการกำกับเรื่อง โดยมีกำหนดถ่ายทำปี 2020  บาคาร่า

ซูเปอร์ฮีโร่ชาแซม คาแรกเตอร์เด่น ลายเซ็นผู้กำกับชัด

ซูเปอร์ฮีโร่ชาแซม

ซูเปอร์ฮีโร่ชาแซม จะเป็นตัวละครที่ไม่ได้มีแฟนคลับเหนียวแน่น ติดตามกันอย่างมากมายเฉกเช่นซูเปอร์แมนหรือแบทแมนที่โด่งดัง ได้รับการสร้างขึ้นจอใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงวินาทีนี้การที่หนังสามารถทำรายได้ทั่วโลก 159 ล้านเหรียญฯ (และยังไม่สิ้นสุดการฉาย) น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า แฟนหนังฮีโร่ก็พร้อมที่จะเปิดรับตัวละครใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่น่าจะทำให้ตัวละครอย่างชาแซม กลายเป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชม คือฮีโร่คนนี้แท้ที่จริงแล้วคือ “เด็กในร่างของผู้ใหญ่” ซึ่งนั่นหมายความว่าความคิด ระดับสติปัญญาของพวกเขาคือ การประมวลผลทางประสบการณ์ชีวิตของเด็กที่อายุไม่เกินมัธยมต้น! เพราะฉะนั้นสิ่งที่หนังนำเสนอออกมาคือการบอกเล่าช่วงเวลาที่บิลลี่ แบทสัน (แอชเชอร์ แองเจล) ได้รับพลังวิเศษจากพ่อมดชาแซม ทุกครั้งที่เขาเอ่ยชื่อชาแซม ร่างกายของเขาจะเปลี่ยนเป็นชายในวัยผู้ใหญ่ที่มีพละกำลังอันแข็งแกร่ง

ช่วงต้นของเรื่อง หนังถ่ายทอดช่วงเวลาที่บิลลี่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง โดยการที่มีเพื่อนสนิทอย่างเฟรดดี้ (แจ็ค ดีแลน กราเซอร์) เด็กชายซึ่งมีปัญหาทางร่างกาย แต่ชื่นชอบในการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับบรรดาซูเปอร์ฮีโร่ เลยผันตัวเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการเป็นที่ปรึกษารวมไปถึงทดสอบว่าชาแซมนั้นมีพลังพิเศษอะไรบ้าง ซึ่งวิธีการลองผิดลองถูกของพวกเขา หนังก็ทำให้เราเห็นว่ามันเป็นวิธีการคิดแบบเด็กๆ คือทำอะไรยึดตามหลักความสนุก โดยไม่ค่อยคำนึงถึงผลลัพธ์ที่อาจจะตามมาและอาจจะเลวร้ายกว่าที่คิด

วิธีการคิดแบบเด็กๆของหนังนี่เองที่เป็นจุดมัดใจผู้ชม เพราะหนังถ่ายทอดวิธีคิดของตัวละครออกมาตามวัยนั้น ทำให้คนดูเข้าใจและเปิดรับตัวละครชาแซม ยังไม่รวมไปถึงบรรดาตัวละครเด็กคนอื่นๆในบ้านเด็กกำพร้าที่ต่างก็มีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและน่าจดจำไม่แพ้กัน

อีกหนึ่งตัวละครที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือตัวละครผู้ร้ายอย่างดร.แธดีอุส ไซวาน่า (มาร์ค สตรอง) ชายผู้มีปมในวัยเด็ก หลังจากที่เขาไม่ได้ถูกรับเลือกพิจารณาเป็นฮีโร่จากพ่อมดชาแซม เขาก็พยายามตามหาสถานที่ลึกลับดังกล่าวจนกระทั่งตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งฉากเปิดเรื่องที่ทำให้เรารู้จักแธดีอุสในวัยเด็กนั้น ผู้กำกับอย่างเดวิด เอฟ. แซนด์เบิร์ก ก็สร้างฉากบรรยากาศความตื่นเต้นออกมาได้น่ากลัวไม่แพ้กับหนังสยองขวัญเรื่องก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น Annabelle: Creation หรือ Light Out เลยทีเดียว ยังไม่รวมไปถึงฉากบรรดาปีศาจบาปทั้ง 7 ที่ปรากฏตัวขึ้นในฉากห้องประชุมของพ่อแธดีอุส ฉากดังกล่าวน่าจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ “ลายเซ็น” ของตัวผู้กำกับเผยออกมาชัดเจนที่สุดเช่นเดียวกัน

กล่าวโดยรวมคือ Shazam! เป็นหนังที่ผู้กำกับอย่างเดวิด เอฟ. แซนด์เบิร์ก ได้พิสูจน์ว่าตัวเขาเองสามารถกำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ได้ เล่าตัวละครออกมาได้มีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังคงไว้ซึ่งลายเซ็นในการทำหนังสยองขวัญของตัวเองอย่างชัดเจนเช่นกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com