มู่หลาน (Mulan) เวอร์ชั่น หลิวอี้เฟย ตัวอย่างแรก

มู่หลาน

มู่หลาน Live-Action เรื่องใหม่จากดิสนีย์ ที่นำแสดงโดย หลิวอี้เฟย นักแสดงชาวจีนสัญชาติอเมริกันชื่อดัง ที่แฟนชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี สู่การถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของนักรบหญิงแห่งดิสนีย์ที่ในเวอร์ชั่นคนแแสดงมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดจากอนิเมชั่นไม่น้อย

เมื่อจักรพรรดิจีน ออกพระราชกฤษฎีกาให้ชายหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัว ต้องรับใช้ในกองทัพจักรวรรดิเพื่อปกป้องประเทศจากการรุกราน ฮัวมู่หลาน ลูกสาวคนโตของนักรบผู้มีเกียรติ ก้าวเข้ามาทำหน้าที่แทนพ่อที่ไม่สบายของเธอ

โดยการปลอมตัวเป็นชายนามว่า ฮัวจุน เธอต้องก้าวผ่านบททดสอบทุกขั้นตอนและดึงความสามารถที่มีอยู่ภายในออกมา มันคือการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนเธอให้เป็นนักรบผู้มีเกียรติ และได้รับความเคารเพื่อชาติ และความภูมิใจจากครอบครัว

Mulan นำแสดงโดยนักแสดงระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง ได้แก่ หลิวอี้เฟย เป็น Mulan, ดอนนี่ เยน, กงลี่, เจ็ทลี่ ฯลฯ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Niki Caro เขียนบทภาพยนตร์โดย Rick Jaffa & Amanda Silver และ Elizabeth Martin และ Lauren Hynek จากบทกวี The Ballad of Mulan และอนิเมชั่นต้นฉบับดิสนีย์ มีกำหนดฉาย 27 มีนาคม 2020  บาคาร่า

อนาสตาเซียสตีล บทสรุปสุดเร่าร้อน ! ชมตัวอย่าง Fifty Shades Freed

อนาสตาเซียสตีล

อนาสตาเซียสตีล บทสรุปสุดเร่าร้อน !

อนาสตาเซียสตีล และ คริสเตียน เกรย์ … วาเลนไทน์ 2018 รู้กัน

ดำเนินเรื่องราวมาจนถึงจุดสุดท้ายแล้ว สำหรับหนังอีโรติกภาคต่อของ Fifty Shades of Grey อย่าง Fifty Shades Freed ที่ล่าสุด เฟซบุ๊ก Fifty Shades ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้แฟนคลับของมิสเตอร์เกรย์ และอนาสตาเซีย ได้ฟินกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทั้ง เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) และ ดาโกตา จอห์นสัน (Dakota Johnson) กลับมาสวมบทคู่รักสุดร้อนแรง

คริสเตียน เกรย์ และ อนาสตาเซีย สตีล เช่นเคย
โดย Fifty Shades Freed จะต่อยอดจากเหตุการณ์ใน Fifty Shades Darker หลัง คริสเตียน เกรย์ มหาเศรษฐีหนุ่ม ได้ขอ อนาสตาเซีย สตีล แต่งงาน

แต่เรื่องราวก็ไม่ได้แฮปปี้เอนดิ้งอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อการไปฮันนีมูนที่โรแมนติก หรูหรา ควรจะสุขสมและร้อนแรง กลับถูกเจ้านายเก่าอย่าง แจ็ค ไฮด์ (เอริค จอห์นสัน) ที่รอคอยโอกาสนี้เพื่อแก้แค้น หลังจากทั้งคู่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งที่เคยมี

Fifty Shades Freed ร่วมด้วยนักแสดงจากภาคเดิมอย่าง อลัวส์ มัมฟอร์ด (Eloise Mumford), ริต้า โอรา (Rita Ora), ลุค ไกรม์ส (Luke Grimes), วิคเตอร์ ราซุค (Victor Rasuk), แม็กซ์ มาร์ตินี (Max Martini), แคลลัม คีธ เรนนี (Callum Keith Rennie),

บรูซ อัลท์แมน (Bruce Altman), แอเรียล เค็บเบล (Arielle Kebbel), คิม บาซิงเกอร์ (Kim Basinger) และ มาร์เซีย เกย์ ฮาร์เดน (Marcia Gay Harden) พร้อมเปิดตัวนักแสดงใหม่ในภาคนี้อย่าง แอเรียล เค็บเบล (Arielle Kebbel) และ แบรนท์ โดเฮอร์ตี้ (Brant Daugherty)

หนังเป็นผลงานการกำกับของ เจมส์ โฟลีย์ (James Foley) จาก Fifty Shades Darker อำนวยการสร้างโดย ไมเคิล เดอ ลูก้า (Michael De Luca),

ดานา บรูเน็ตติ (Dana Brunetti) และ มาร์คัส วิสซิดี้ (Marcus Viscidi) ร่วมด้วย อี. แอล. เจมส์ (E.L. James) เจ้าของนวนิยายแฟรนไชส์ Fifty Shades ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก นีออล เลียวนาร์ด (Niall Leonard) รับหน้าที่เขียนบท เตรียมเข้าฉายในบ้านเรา 8 กุมภาพันธ์ 2018  บาคาร่า

โรเบิร์ตแพททินสัน เป็น แบทแมน คนใหม่ คอนเฟิร์มแล้ว !

โรเบิร์ตแพททินสัน

โรเบิร์ตแพททินสัน เตรียมสวมผ้าคลุม รับบทเป็น บรูซ เวยน์ หรือ แบทแมน คนใหม่ แห่งค่าย DC !!

ถึงแม้ Warner Bros. จะไม่ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้เราก็รู้แน่นอนแล้วว่าผู้รับบทแบทแมนคนใหม่เป็นใคร เพราะหลังจากที่ เบน แอฟเฟล็ค (Ben Affleck) ขอถอนตัวจาก The Batman ทั้งในฐานะนักแสดงและผู้อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับนักแสดงคนใหม่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย

ซึ่งล่าสุดหวยก็มาออกที่ โรเบิร์ต แพททินสัน (Robert Pattinson) โดยเว็บไซต์ variety รายงานว่า ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ Warner Bros. ปิดดีลคว้าตัวซุปตาร์จากภาพยนตร์ Twilight มาแสดงใน The Batman เรียบร้อยแล้ว รวมถึง แม็ตต์ รีฟส์ (Matt Reeves) ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังโพสต์ทวิตเตอร์เรียกน้ำย่อย เป็นภาพเคลื่นไหวของ โรเบิร์ต แพททินสัน จากเรื่อง Good Time พร้อมอิโมจิค้างคาว 3 ตัวด้วย

แต่ก็ใช่ว่าบทบาทซูเปอร์ฮีโร่ตัวความหวังของ DC จะตกเป็นของเขาอย่างง่ายดาย เพราะตามข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่ามีนักแสดงแถวหน้าเข้ามาท้าชิงกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น อาร์มี แฮมเมอร์ (Armie Hammer) หรือ นิโคลัส ฮอลท์ (Nicholas Hoult) ผู้โด่งดังจาก X-Men: Days of Future Past และ Mad Max: Fury Road ทว่าท้ายที่แล้วสุดเขาก็แคสติ้งผ่านและได้ผ้าคลุมสุดเท่มาครอง

ซึ่งตอนแรก ๆ ที่มีข่าวลือเรื่องเขาออกมา เสียงของแฟนคอมมิคก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย เนื่องจากโรเบิร์ต ถูกจำในบทบาท เอ็ดเวิร์ด คัลเลน จากเรื่อง Twilight มากกว่า แต่ด้วยความที่เขาได้เปลี่ยนแนวลองเล่นภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ทั้ง The Rover, Good Time, High Life, The Lighthouse, The King (Netflix) Waiting for the Barbarians และหนังเรื่องล่าสุดของโนแลน (Christopher Nolan) อย่าง Tenet ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักแสดงที่มีความสามารถอย่างล้นเหลือและสามารถเล่นได้หลากหลายสไตล์เลยทีเดียว

โดยภาพยนตร์ The Batman ภาคใหม่นี้ วางแผนว่าจะเริ่มเตรียมการผลิตในช่วงหน้าร้อน แต่ยังไม่มีกำหนดการและข้อมูลต่าง ๆ ออกมาอย่างแน่ชัด รู้เพียงแค่ว่าได้ แม็ตต์ รีฟส์ ผู้กำกับมากฝีมือจาก Cloverfield และ Planet of the Apes ทั้งสองภาคนั่งแท่นเป็นผู้เขียนบทและผู้กำกับ (คอนเฟิร์มตั้งแต่ต้นปี 2017) อีกทั้งยังได้ ดีแลน คลาร์ก (Dylan Clark) มาเป็นผู้ช่วยด้วย (อ่านเพิ่มเติม: The Batman เปิดตัวผู้กำกับคนใหม่ แม็ตต์ รีฟส์)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะมีตัวร้าย 2 ตัว ได้แก่ Penguin & Catwoman อีกทั้งยังว่ากันว่าจะเป็นแบทแมนเวอร์ชั่นที่เด็กลงกว่าแบทแมนคนก่อน ๆ โดยหลายสำนักข่าวต่างคาดเดาว่าจะเริ่มถ่ายทำในช่วงต้นปี 2020 เพราะมีกำหนดฉายในวันที่ 25 มิถุนายน 2021 นั่นเอง
ทั้งนี้ แบทแมนถือเป็นซูเปอร์ฮีโร่เบอร์ต้นของค่าย DC มีการถ่ายทำมาแล้วหลากหลายเวอร์ชัน จึงทำให้มีนักแสดงที่เคยรับบทนี้มาเพียบ ประกอบด้วย
1. ลูวิส วิลสัน (Lewis Wilson) จากภาพยนตร์ต่อเนื่องที่มีทั้งหมด 15 ตอน ในปี 1943 ซึ่งชาวเน็ตก็วิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่น้ำหนักไปจนถึงสำเนียงของเขาเลยทีเดียว

2. โรเบิร์ต โลวรีย์ (Robert Lowery) จาก Batman And Robin ในปี 1949 ซึ่งก็ไม่ได้น่าจดจำเท่าไร

3. อดัม เวสต์ (Adam West) จากซีรีส์เรื่อง The Batman ที่ฉายผ่านทางโทรทัศน์ในปี 1966-1968 และฉบับภาพยนตร์

4. ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) จากภาพยนตร์ Batman ที่กำกับโดย ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton)

5. วัล คิลเมอร์ (Val Kilmer) รับบทแบทแมนในปี 1995 ซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ก็ดี-แย่ ผสมกันไป โดยผู้กำกับให้ฉายาเขาว่า “childish and impossible”

6. จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) ก็เคยรับบทแบทแมนใน Batman & Robin ซึ่งรายได้อยู่ในเกณฑ์แย่มาก ถึงขนาดที่ตัวเขาเองยังเอ่ยปากว่า “เขาเป็นคนทำลายซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้”

7. คริสเตียน เบล (Christian Bale) จาก The Dark Knight ถือเป็นแบทแมนที่ดีและถูกใจแฟนคอมมิคที่สุดเท่าที่เคยมีมา

8. เบน แอฟเฟล็ค (Ben Affleck) จาก Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) และ Justice League ซึ่งหนังทั้งสองมีกระแสบวก-ลบผสมกัน แต่ก็ถือว่าน่าผิดหวังถ้าเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีโร่จากฝั่งมาร์เวล ทว่าที่สำคัญคือเขาเป็นผู้ผลิตและผู้กำกับอยู่หนังที่เขาแสดงเองด้วย

เห็นอย่างนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงให้ความสนใจและจับตามองข่าวนี้ เอาเป็นว่ายังไงเราก็มาเอาใจช่วยหนุ่มโรเบิร์ต ให้ทำผลงานออกมาปัง ๆ เปรี้ยง ๆ กันดีกว่า และถ้ามีเรื่องราวอะไรคืบหน้า เราจะรีบมาอัปเดตแน่นอนค่ะ  บาคาร่า

สไปเดอร์แมน เริ่มงานแรก Captain America: Civil War เร็วแค่ไหน? เควิน ไฟกี มีคำตอบ

สไปเดอร์แมน

สไปเดอร์แมน หนึ่งในเซอร์ไพรส์ที่สร้างความฮือฮาให้กับแฟน ๆ จักรวาลหนังมาร์เวลก็คือการที่ได้เห็นตัวอย่าง หนัง Captain America: Civil War เปิดเผยซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่อย่าง สไปเดอร์แมน ที่รับบทโดยนักแสดงหนุ่ม ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) มาปรากฏตัวในหนังด้วย ซึ่งเป็นฉากที่ โทนี สตาร์ก ตะโกนเรียกเด็กใหม่คนนี้ให้ออกมาปล่อยใยขโมยโล่ไวเบรเนียมของ กัปตันอเมริกา ไป

หนัง Captain America: Civil War ถือได้ว่าเป็นหนังสเกลที่ไม่แพ้หนังอเวนเจอร์สเลยก็ว่าได้ เพราะได้รวมเอานักแสดงคนดังหลายคนมารวมตัวกันอยู่ในหนังเรื่องเดียว และดูเหมือนว่า ทอม ฮอลแลนด์ จะโชคดีไม่น้อยที่ได้ปรากฏตัวในหนังเรื่องนี้พร้อมกับบทบาทซูเปอร์ฮีโร่ครั้งแรก

เมื่อล่าสุด เควิน ไฟกี (Kevin Feige) ประธาน Marvel Studios ได้เปิดเผยว่า ทอม ฮอลแลนด์ ได้ปรากฏตัวในหนังฟอร์มยักษ์เรื่องนี้หลังจากที่เขาเพิ่งได้รับบทเป็น ปีเตอร์ ปาร์เกอร์ คนใหม่เพียงแค่ 4 วันเท่านั้นเอง

เรื่องราวนี้ได้ถูกเปิดเผยบนโต๊ะอาหารที่มี จอน ฟาฟโรว์ (Jon Favreau), เชฟ รอย ชอย (Roy Choy), โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.), เควิน ไฟกี และ สองพี่น้องรุสโซ ในซีรีส์บนเน็ตฟลิกซ์ The Chef Show ระหว่างทานอาหารมื้ออร่อยนี้ทุกคนก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านมาที่ได้ร่วมงานในมาร์เวล ช่วงหนึ่ง ทอม ฮอลแลนด์ ก็ได้ถาม เควิน ไฟกี

ทอม ฮอลแลนด์: เร็วแค่ไหนที่ผมได้มาเริ่มงานในหนัง Captain America: Civil War
เควิน ไฟกี: 4 วัน น่าจะแบบนั้นนะ

ทำเอาผู้ร่วมโต๊ะอาหารคนอื่น ๆ ถึงกับแสดงความรู้สึกไม่เชื่อออกมาให้เห็นกันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นภาพรวมที่ออกมาก็ถือว่าสร้างความสนุกสนานและสร้างความตื่นเต้นให้กับคนดูได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะแฟน ๆ มนุษย์แมงมุมที่ในเวลานั้นต่างก็อยากให้ซูเปอร์ฮีโร่เพื่อนบ้านที่แสนดีคนนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาลหนังมาร์เวลด้วย  วิเคราะห์บอล

แจ็คกี้ชาน คว้า “พู่กันวิเศษ” ร่ายพลัง เปิดโลกอสูร!

แจ็คกี้ชาน

แจ็คกี้ชาน ปล่อยตัวอย่างเต็มของ “The Knight of Shadows : Between Yin and Yang โคตรพยัคฆ์หยินหยาง” มาให้ชม นำทีมความมันส์ด้วยทัพนักแสดงล้นจอ ไม่ว่าจะเป็น “หร่วน จิงเทียน”, “หลิน โป๋หง” และ “จง ฉู่ซี” แถมในเวอร์ชันไทยยังเอาใจสุดๆ เพราะการันตีฮาโดยทีมพากย์พันธมิตร!

โดยในตัวอย่างเต็มที่ปล่อยออกมานี้ ได้เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อประตูกั้นระหว่างโลกอสูรกับโลกมนุษย์พังทลาย เป็นเหตุให้ปีศาจร้ายหลุดมาสร้างความปั่นป่วน เดือดร้อนถึงมือปราบอสูรฝีมือฉกาจ “พู่ ซงหลิง” (แจ็คกี้ ชาน) ต้องปลอมตัวเป็นมนุษย์ลงมากำราบเหล่าปีศาจร้ายพร้อมกับพรรคพวกสหายอสูรฝ่ายคุณธรรม และมือปราบหนุ่มหน้ามน “เฟย” (หลิน โป๋หง)    ดูบอลออนไลน์

โดยคดีสำคัญที่พวกเขาต้องคลี่คลาย คือ การช่วยชีวิตหญิงสาวในหมู่บ้านที่โดนปีศาจสาวผู้เลอโฉม “เสี่ยวเซี่ยน” (จง ฉู่ซี) ที่ร่วมมือกับปีศาจกระจกเงาจับตัวเหล่าเด็กสาวไปเพื่อสูบกินวิญญาณมาเป็นพลังชีวิตตนเอง เขาได้ช่วยชีวิตนักล่าอสูรหนุ่ม “ซี่เซียะ” ก่อนจะค้นพบความจริงของนักล่าอสูรหนุ่มคนนี้ที่จะกลายเป็นจุดพลิกผันของสงครามสยบอสูรครั้งนี้ ฉายรับตรุษจีน 5 ก.พ.นี้ ในโรงภาพยนตร์.…

วริศรา นางเอกหนัง App War ฮอตเบอร์แรงรับซัมเมอร์

วริศรา

วริศรา นางเอกหนัง App War

วริศรา ยู แม้ว่าจะเป็นหน้าใหม่ในวงการการแสดง แต่ฝีมือก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะเจ้าตัวมีรายชื่อเข้าชิงสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ และคว้ารางวัลนักแสดงหนังปีจากคมชัดลึกอวอร์ดมาแล้ว อีกทั้งในเร็วๆ นี้ จิงจิง พร้อมด้วยทีมงานก็เตรียมนำ App War ไปฉายในเทศกาลหนังนานาชาติเซี่ยงไฮ้อีกด้วย

แน่นอนว่านอกจากผลงานการแสดงอันเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าทุ่มเททำหน้าที่ของนักแสดงได้อย่างเต็มที่ ฟากงานเดินแบบ จิงจิง ก็ยังไม่ทิ้งมีออกสื่อให้แฟนๆ ได้ติดตามกันตลอด เมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็เข้าสู่หน้าร้อนของเมืองไทย (ความจริงคือร้อนทั้งปี) อันเป็นฤดูกาลที่ซุปตาร์สาวๆ เป็นต้องหนีร้อนไปทะเล งานนี้เจ้าตัวก็ไม่พลาดอวดบอดี้เซ็กซี่สมกับดีกรีนางแบบโพสต์แซ่บสุดเรียกว่าทะเลลุกเป็นไฟเลยทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

สายป่านอภิญญา จัดหนัก วุฒิ ลงไปนอนกองที่พื้น ระหว่างถ่ายซีรีส์ รสรินล่าแวมไพร์

สายป่านอภิญญา

สายป่านอภิญญา รสรินล่าแวมไพร์ Bangkok Vampire ซีรีส์ดังฟอร์มยักษ์แห่งปี! ภายใต้ผลงานการผลิตจาก MONO ORIGINALS โดยได้ดาราชั้นนำมาร่วมแสดงมากมาย อาทิ อภิญญา สกุลเจริญสุข (สายป่าน), พิชญะ นิธิไพศาลกุล (กอล์ฟ), อนุสรณ์ มณีเทศ (โย่ง อาร์มแชร์), อานนท์ สายแสงจันทร์ (ปู แบล็คเฮด), เกศริน เอกธวัชกุล (นุ้ย) และนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย รวมถึง วุฒิ นันทวุฒิ หวานใจหนุ่มหล่อมากความสามารถของสาวสายป่านด้วย

ในซีรีส์เรื่อง รสรินล่าแวมไพร์ Bangkok Vampire สายป่านและวุฒิ ต้องมาเป็นแวมไพร์คู่ปรับบู๊แหลกใส่กันไม่ยั้ง ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว สายป่านก็จัดหนักให้วุฒิอย่างหนักหน่วง จนวุฒิเสียท่า สุดท้ายนอนจมกองเลือดเลยทีเดียว

ความในใจ “วุฒิ” หลังโดน “สายป่าน” จัดหนัก!

ได้มารื้อฟื้นแอคชั่นอีกครั้งก็สนุกดีครับ ตอนแรกก็ตื่นเต้นบ้าง แต่พอมาหน้าเซ็ตก็ผ่อนคลายขึ้น แสดงคิวสดเลยครับ ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับทีมงานด้วย สตั๊นท์ผู้กำกับคิวบู๊เคยทำงานร่วมกันมาก่อนตั้งแต่เด็กๆ

แต่จุดที่ยากจริง ๆ คือตอนเล่นกับสายป่านครับ ผมกลัวเค้าเจ็บ เขาไม่เคยเล่นบู๊มาก่อน ก็มีเกร็ง ๆ บ้าง ผมก็ช่วยอธิบายให้เขาฟัง ช่วยสอนเทคนิคคิวบู๊พื้นฐานให้

เรื่องนี้ผมเพิ่งร่วมงานกับป่านครั้งแรก ประทับใจตรงที่ป่านเป็นคนคุยง่าย แถมเค้าสนุกกับการเล่นแอคชั่น ถ้าเป็นผู้หญิงปกติทั่วไปคงไม่ค่อยจะชอบบู๊แอคชั่นสักเท่าไร ผมกับป่านมีปรึกษาคิวบู๊กันเรื่อย ๆ จนเริ่มสนิทกันมากขึ้น ยังไงก็ขอฝาก รสรินล่าแวมไพร์ Bangkok Vampire ด้วยนะครับ ผมกับป่านบู๊จัดหนักกันเต็มที่มากจริง ๆ

ถึงในซีรีส์สายป่านจะจัดหนักวุฒิจนแตกหักกันไปข้างนึงก็ตาม แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่ยังรักกันดีนะจ๊ะ หวานผ่านโซเชียลไม่หยุด Movie MThai แอบกระซิบบอกให้..เพราะซีรีส์เรื่อง รสรินล่าแวมไพร์ Bangkok Vampire นี่แหละ ที่ทำให้ทั้งคู่ตกหลุมรักกันตอนถ่ายทำเมื่อปีก่อน น่ารักสุด ๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

Wolf Warrior 2 หนังถล่มประจำปีของจีน ภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕

Wolf Warrior 2

Wolf Warrior 2 หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาหนังจากประเทศจีนไม่ได้สร้างสถิติหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ปล่อยให้ The Fate of The Furious ภาคต่อของหนัง

Wolf Warrior 2 ซิ่งรถเรื่องดังทำเงินในจีนไปเป็นอันดับ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดหนังจีนที่ทำเงินอย่างถล่มทลายจะทำลายสถิติต่างๆ เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

Wolf Warrior 2 เข้าฉายเมื่อ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้เวลาเพียง ๑๒ วัน ก็สามารถทำเงินกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของจีนด้วยรายได้ถึง ๕๒๑ ล้านเหรียญฯ หรือ ๓,๕๐๐ ล้านหนวน เฉพาะในประเทศเท่านั้น แซงสถิติที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนของ Mermaid หนังตลกแฟนตาซีของ โจวซิงฉือ ไปได้อย่างสบายๆ (๕๒๐ ล้านเหรียญฯ) i99bet รายได้ดังกล่าวยังสูงกว่าหนังทำเงินสูงสุดในปีนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Beauty and The Beast เสียอีก(หนังรีเมคอนิเมชั่นกลายเป็นคนแสดงเรื่องดังกล่าวทำเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไป ๕๐๔ ล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันหนังทำเงินไปแล้วถึง ๘๓๘ ล้านเหรียญฯ แม้ในตลาดโลกจะทำเงินเพียงน้อยนิด แต่ในตลาดหนังประเทศเดียว(ไม่รวมรายได้จากตลาดทั่วโลก) นี่คือหนังที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก เอาชนะ Titanic และ Avatar เป็นรองเพียง Star Wars: The Force Awakens (๒๐๑๕ – ทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา ๙๓๖ ล้านเหรียญฯ)

Wolf Warrior 2

ด้วยรายได้ดังกล่าวทำให้หนังติดอันดับหนึ่งร้อยหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลโดยนับเป็นหนังที่สร้างนอกฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวในทั้งหมดร้อยเรื่อง และประกาศเตรียมสร้างภาคสามต่อแล้ว

มันเป็นภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ที่ใช้ทุนสร้าง ๓๐ ล้านเหรียญฯ เท่านั้นว่าด้วย เหลงเฟิง(อู๋จิง) ภาคนี้เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนหลังจากทหารหน่วยพิเศษได้ไปปราบปรามขบวนการค้ายาในเขตซินเจียง ภาคนี้เหลงเฟิงได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ผลิตยารักษาโรคให้รอดพ้นจากการโจมตีของกองกำลังฝ่ายกบฎ และผู้ค้าอาวุธสงครามในแอฟริกาใต้ ภาคแรกนั้นทำเงินไปไม่น้อยเลย(๘๙ ล้านเหรียญฯ) แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังภาคต่อที่แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่าจะทำเงินไปไกลมากถึงขั้นนี้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Wolf Warrior 2 ประสบความสำเร็จ และตลาดหนังจีนยังคงรุ่งโรจน์เข้าสู่โอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผิดกับตลาดหนังในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซาเพราะการแข่งขันเชิงรุกจากบริการดูหนังแบบสตรีมมิ่ง

เพราะมันเป็นหนังปลุกใจชาวจีนที่ไร้คู่แข่ง
ทุกๆ ปีหนังในประเทศจะมีการผลิตหนังที่มีแนวคิดชาตินิยมปลุกใจคนในประเทศอยู่ทุกปี แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหนังในประเทศยังไม่มีหนังแนวนี้ที่โดดเด่นออกฉายสักเรื่อง ส่วนใหญ่หนังที่ดังๆ เป็นหนังแฟนตาซี หนังตลก หรือหนังแอ๊คชั่นปนตลกทั้งสิ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีหนังเรื่องไหนในประเทศที่สามารถทำเงินได้น่าพอใจนับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน คนดูกำลังรอหนังที่มีคุณภาพและสร้างความบันเทิงให้ได้ การมา Wolf Warrior 2 จึงกลายเป็นหนังแนวนี้ที่เข้าฉายโดยไร้คู่แข่ง
เพราะมันแสดงภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพจีน
หลู่เผิง นักวิจัย ด้านภาพยนตร์และวัฒนธรรมของ Shanghai Academy of Social Sciences กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จเพราะมันจับประเด็นชาตินิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน เพราะในขณะที่หนังชาตินิยมแบบเดิมมักเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนยุค หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้กลับอิงกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตัวเอกแสดงให้เห็นถึงฝีมือของหน่วยรบ และความเกรียงไกรของกองทัพชาวจีนที่เข้าถึงได้มากกว่าเรื่องราวของคนยุคก่อน อีกทั้งหนังยังเข้าฉายในช่วงครบรอบ ๙๐ ปีของการสถาปนากองทัพปลดปล่อยประชาชนในประเทศจีนอีกด้วย
เพราะมันมีความบันเทิงด้วยฉากแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยม
หนังได้รับคำชมในส่วนของฉากแอ๊คชั่นที่ได้มาตรฐานทัดเทียมฮอลลีวู้ดจากทีมงานระดับสกาล ไม่ว่าจะเป็นกำกับฉากต่อสู้โดย แซม ฮาร์กรีฟส์ และ ออกแบบท่าต่อสู้โดย อารอน โทนี่ย์(Captain America: Civil War) และเทคนิคพิเศษด้านภาพโดย ไรอัน ดี.โรเมโร่(Spider-Man: Homecoming) รวมถึงมันยังแสดงโดย อู๋จิง แอ๊คชั่นสตาร์อายุ ๔๓ ปี ที่เล่นหนังมา ๒๐ ปี เขาคือหนึ่งในเด็กปั้นของ ฉีเคอะและหยวนวูปิงแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในบทนำจริงๆ สักครั้ง เพิ่งจะมี Wolf Warrior ภาคแรกนั่นเองที่ทำเงินในจีน จึงรับประกันได้ถึงการแสดงบทแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราที่โด่งดังกว่าอย่าง เฉินหลง หรือ ดอนนี่ เยน โดยงานชิ้นนี้ยังเป็นงานกำกับของเขาเองอีกด้วย
เพราะมันแสดงถึงฮีโร่แบบปัจเจก
หยู่ยู่ซาน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารของ Dadi Film Group กล่าวว่าหนังสร้างควมประทับใจให้กับผู้ชมเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หนังในประเทศสร้างฮีโร่ที่ราวกับมาจากหนังฮอลลีวู้ดได้สำเร็จ “ภาพลักษณ์ของประเทศจีนในทั่วโลกต่างไปจากเดิมแล้วครับ และผู้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้จริงๆ” เขาเสริมว่าในอดีตหนังแนวชาตินิยม มักเน้นเรื่องความสามัคคีหรือร่วมแรงร่วมใจกัน(และมักหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น The Founding of a Republic ในปี ค.ศ.๒๐๐๙) แต่ Wolf Warrior 2 ต่างออกไป มันเป็นหนังที่แสดงความเป็นฮีโร่แบบปัจเจก เช่นเดียวกับชาวจีนที่มีลักษณะมีรูปแบบชีวิตดังกล่าวมากขึ้น และเติบโตพอจะรับรู้ถึงมุมมองนี้แล้ว
เพราะทำเงินในเมืองเล็กได้ด้วย
ไม่ใช่แค่สร้างปรากฎการณ์ทำเงินเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ แต่ในเมืองเล็กๆ ยังทำเงินได้ดีมากอีกด้วย ซึ่งหยู่ยู่ซาน ให้เหตุผลว่า “คนในเมืองเล็กๆ ดูหนังฮอลลีวู้ดสไตล์ฮีโร่ข้ามาคนเดียวไม่มากนัก และพอเป็นในประเทศก็ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sarakadee.com…

รีวิวภาพยนตร์ Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น

รีวิวภาพยนตร์ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการแล้ว

รีวิวภาพยนตร์ สำหรับ Café Funiculi Funicula หรือชื่อไทยว่า เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ภาพยนตร์ไซไฟ ย้อนเวลาที่สร้างจากนิยายขายดีของ โทชิคาซึ คาวะงุจิ โดยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ได้ทีมนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่น นำโดย คาซุมิ อาริมุระ, เคนทาโร่ และ ฮายาชิ เคนโตะ

‘ แม้จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ก็ยังต้องการกลับไปในช่วงเวลานั้น ’
พาย้อนเวลา สัมผัสอดีตอันหอมหวาน
ตามแต่ใจปรารถนา เพียงแค่ชั่วเวลากาแฟยังอุ่น
ที่ Café Funiculi Funicula

จากนวนิยายขายดียอดขายอันดับหนึ่ง ของญี่ปุ่น สู่ภาพยนตร์โรแมนติก แฟนตาซีแนวย้อนเวลา แสนซาบซึ้ง อบอุ่นหัวใจ ที่เรียกน้ำตาคนทั่วทั้งญี่ปุ่นมาแล้ว สำหรับเรื่อง Café Funiculi Funicula หรือ เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น
ตัวภาพยนตร์ สร้างจากนิยายขายดียอดขายอันดับ 1 ” Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ”
4 เรื่องรัก 1 ร้านกาแฟ เนื้อเรื่องตั้งคำถามอยู่ที่ว่า “ ถ้าย้อนเวลาได้ คุณอยากกลับไปแก้ไขอะไร? ” โดยจุดน่าสนใจอีกอย่างของเรื่อง คือได้นักแสดงมากฝีมือซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น คือ คาซุมิ อาริมุระ มารับบทนำ นอกจากนั้นยังมี โมโตกิ ฟุคามิ และ เคนทาโร่ อิโต้ มาร่วมสมทบอีกด้วย ยิ่งเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก

รีวิวภาพยนตร์
Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ว่าด้วยเรื่องราวความรักและปาฎิหาริย์ที่ถูกเล่าผ่าน ลูกค้าขาประจำของร้านกาแฟแห่งนี้ ผ่านตัวละคร แม่บ้านความจำเสื่อม ที่มาที่ร้านกาแฟทุกวันเพื่อรอคอยใครบางคน หญิงสาวที่แอบรักเพื่อนสนิทแต่ไม่เคยได้พูดความในใจออกไป สาวแกร่งที่หนีออกจากบ้านโดยทิ้งน้องสาวตัวเองไว้ข้างหลังและไม่เคยยอมเจอหน้าเธอ และบาริสต้าสาวสวยประจำร้านกาแฟ Funiculi Funicula ผู้พาทุกคนย้อนเวลากลับไป เพื่อที่จะพูดคำว่า รัก ให้ดังกว่าเดิม

แม้จะได้ดูหนังไซไฟย้อนเวลามาหลายต่อหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่ย้อนเวลา จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเรื่องราวใน Café Funiculi Funicula จะถูกเล่าออกมาอย่างไร ซึ่งหากใครที่ได้ดูตัวอย่างหนังแล้วก็น่าจะทราบว่าการย้อนเวลาในร้านนี้นั้นมีกฎหลายข้อที่จะต้องปฏิบัติ ทั้งเรื่องที่การจะกลับไปในอดีตได้จะเกิดขึ้นหลังจากที่รินกาแฟใส่ถ้วยแล้วและอยู่ได้แค่ช่วงก่อนที่กาแฟนั้นจะเย็นชืดเท่านั้น เมื่อย้อนกลับไปจะอยู่ได้แค่บริเวณโต๊ะกาแฟ ถ้ากลับมาไม่ทันช่วงเวลาที่กาแฟยังอุ่นอยู่จะต้องติดอยู่ที่ที่นั่งนั้นไปตลอดกาล และที่สำคัญการกลับไปในอดีตจะไม่สามารถแก้ไขปัจจุบันได้ เรียกว่าเป็นย้อนเวลาที่มีกฎข้อจำกัดเยอะทีเดียว

นับตั้งแต่เริ่มเรื่องหนังทำให้เรารู้สึกได้ถึงมนต์ขลังบางอย่างที่อยู่ในร้านกาแฟย้อนเวลาแห่งนี้ บางทีก็อดหลอนไม่ได้เลย เพราะในเรื่องนั้นเราได้เห็นวิญญาณที่ติดอยู่ห้วงเวลาแม้จะไม่น่ากลัว แต่ก็อย่างที่บอกมันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อหนังเข้าเรื่องการย้อนเวลามันก็เริ่มทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ ทั้งลุ้นว่าตัวละครที่ย้อนกลับไปนั้นจะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ แล้วจะกลับมาทันหรือเปล่า ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงนี้เอง

นอกจากเราจะได้ลุ้นระทึกไปกับภารกิจการย้อนเวลาของแต่ละตัวละครแล้ว หนังยังเผยให้เห็นมุมซาบซึ้งใจที่เชื่อว่าใครได้ดูแล้วเป็นต้องมีน้ำตาซึมออกมาบ้างแน่นอน โดยเฉพาะในพาร์ทของ อาริมุระ คาสุมิ ซึ่งรับบทเป็นเจ้าของร้านกาแฟสาวที่ทำหน้าที่รินกาแฟให้ลูกค้าย้อนเวลาเสมือนผู้เชื่อมต่อโลกอดีตกับปัจจุบัน ที่ชีวิตของเธอนั้นเต็มไปความว้าเหว่จากการสูญเสียครอบครัวโดยเฉพาะแม่ จากจุดนี้เองที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวราวความรักความผูกพันของครอบครัวที่มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจคนชอบดรามาทีเดียว

อย่างไรก็ตามหนังก็ยังมีบ้างส่วนที่อาจจะทำให้คนดูอย่างเราออกจะงงๆ ในเรื่องการย้อนเวลาในตอนท้ายๆ เรื่อง (อันนี้แล้วแต่คน) แน่นอนว่าน่าจะต้องได้กลับไปดูหนังใหม่เพื่อให้เข้าใจอีกรอบ และนอกเหนือไปจากความอืดอาดในบางช่วงเรียกได้ว่า Café Funiculi Funicula เป็นมากกว่าหนังไซไฟย้อนเวลาจริงๆ เชื่อเหลือเกินว่าคนที่ดูจนจบแล้วจะเต็มอิ่มไปด้วยความสุขใจ ได้แง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้แน่นอน

Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com…